วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

นอนอย่างไรให้ตื่นอย่างสดชื่น





ไหนๆก็จะต้องนอนแล้ว ลองมานอนอย่างได้กำไร ตามวิธีของนายแพทย์เดวิด ไซมอน ผู้อำนวยการศูนย์สาธาณสุขโชปร้าในลาโจลา แคลิฟอร์เนีย (The Chopra Center for Well Being in La Jolla,Calif.) และคณะ ดูเสียหน่อยจะเป็นไรไป


สร้างทัศนคติเรื่องการนอนเสียใหม่ บางคนมีความคิดว่าการนอนเป็นการเสียเวลาและเป็นการปล่อยให้ตัวเองสบายจนเกินไป ทำให้ไม่ให้ความสำคัญกับการนอน
 ลองคิดเสียใหม่ว่าการนอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง เป็นการชาร์ตพลังงานร่างกายให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าในวันถัดไป

เข้านอนให้เช้าขึ้น เพราะการนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้า กับการนอนดึกแล้วตื่นสายใช้เวลาในการนอนเท่ากัน แต่การนอนแต่หัวค่ำและตื่นเช้าจะทำให้ร่างกายมีความกระปรี้กระเปร่าในการทำงานได้ดีกว่า

เปลี่ยนบางกิจกรรมที่ทำให้คุณเข้านอนดึก 
เช่น หากติดรายการทีวีภาคดึกก็อาจจะอัดเทปไว้ดูในวันอื่นแทน เพื่อจะได้เข้านอนให้เร็วขึ้น หรือยกหูโทรศัพท์ออกทันทีในตอน 4 ทุ่ม หากคุณมักจะมัวแต่เม้าท์เพลินจนเข้านอนดึก
เข้านอนในเวลาเดียวกันให้เป็นกิจวัตร ช่วงเวลานอนที่เหมาะสำหรับคนส่วนใหญ่คือ 22.00 น.ถึง 6.00 น. หรือ 8.00 น. ลองเลือกเวลาเข้านอนที่เหมาะกับตัวคุณเอง และปฏิบัติตามนั้น ไม่เว้นว่าจะเป็นวันหยุด เพื่อให้นาฬิการ่างกายไม่สับสน เพราะร่างกายจะพักผ่อนได้เต็มที่จากการหลับลึกในช่วงครึ่งแรกของการนอน ทำให้ตื่นเช้าได้ง่ายขึ้น

หรี่ไฟให้สลัว หลังจากเลือกเวลาเข้านอนแล้ว ก่อนจะเข้านอนสัก 1 ชั่วโมงให้คุณเตรียมร่างกายเสียก่อนด้วยการหรี่ไฟหัวเตียงให้ลดความสว่างลง เพื่อเตรียมสมองว่าจะได้เวลาพักผ่อนแล้วนะ จากนั้นหยุดกิจกรรมทั้งหลาย หากจะอ่านหนังสือหรือดูทีวีก็เลือกเรื่องที่ไม่ตื่นเต้นผาดโผนนัก


อย่าลืมติดตั้งไฟกลางคืนไว้ในห้องน้ำ เพราะหากตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วต้องมาเจอกับแสงสว่างจ้าแยงตา จะทำให้คุณตาค้างและนอนหลับต่อได้ยาก

ทำจิตใจให้สงบ หากตื่นขึ้นมากลางดึก ลองนอนสงบใจด้วยการสูดลมหายใจเข้าทางจมูกช้าๆพร้อมกับคิดถึงที่ซึ่งคุณ รู้สึกผ่อนคลาย แต่ถ้าคุณรู้สึกกังวลหรือกระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ ให้ลุกขึ้นไปเปิดเพลงเบาๆฟังภายใต้แสงไฟสลัวๆ วางกระเป๋าน้ำร้อนที่ท้อง ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย และกลับไปนอนอีกครั้งเมื่อรู้สึกง่วง
ทำให้ง่วง หากคุณยังไม่คุ้นกับการเข้านอนที่เร็วขึ้น ลองใช้วิธีเหล่านี้ช่วยให้ง่วงได้ง่ายขึ้น โดยอาบน้ำอุ่นร้อนขนาดที่คุณรู้สึกว่าพอดี สัก 45 นาทีก่อนเข้านอน เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อและจิตใจผ่อนคลาย จากนั้นดื่มชาคาโมไมล์อุ่นๆสักถ้วย เครื่องดื่มอุ่นจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

ป้องกันการรบกวนปรับอุณหภูมิห้องนอนให้พอดี เพราะอุณหภูมิที่หนาวหรือร้อนเกินไปอาจทำให้คุณตื่นกลางดึก และหากมีโทรทัศน์อยู่ในห้องนอนก็ควรตั้งเวลาหรือปิดให้เรียบร้อยก่อนนอน เพื่อไม่ให้แสงและเสียงจากทีวีจะรบกวนสมองของคุณแม้ในเวลาหลับ



ตื่นขึ้นรับแสงสว่างยามเช้า มีการศึกษาพบว่าถ้าร่างกายได้สัมผัสกับแสงสว่างเป็นเวลา 30 นาที เมื่อตื่นจะเป็นการปลุกนาฬิกาในร่างกายให้เริ่มวงจรการทำงาน เพื่อปลุกร่างกายให้สดชื่นจึงแนะนำให้ตื่นขึ้นรับแสงสว่างยามเช้า
ปลุกด้วยเสียงที่แตกต่าง ลองเปลี่ยนไปใช้นาฬิกาปลุกที่เสียงต่างๆกันบ้าง เช่น เสียงนกร้อง เสียงป่า เสียงน้ำตก จะชวนให้ตื่นมากกว่านาฬิกาปลุกที่เสียงคุ้นหูมาแรมปี แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นการฝึกสมาธิก่อนนอน และตั้งนาฬิการ่างกายให้ปลุกตัวเองได้จะดีที่สุดค่ะ

เคลื่อนไหวร่างกาย กิจกรรมยามเช้าจะส่งสัญญาณไปที่สมองว่าถึงเวลาเข้าเกียร์แล้วนะ และเป็นการตั้งนาฬิการ่างกายว่าถึงเวลาเริ่มเช้าวันใหม่แล้ว ตื่นขึ้นมาแล้วอย่ารีบเปิดข่าวค่ะ ลองฟังเพลงป๊อปสักเพลงที่ช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงจนอยากขยับแข้งขยับขาตาม หรือจะออกกำลังกายด้วยการรำกระบองหรือโยคะเสียหน่อยก็ไม่เลว
หล่อเลี้ยงร่างกายให้ถูกทาง หลังจากตื่นสักครู่ให้ดื่มน้ำอุ่นหรือชาสมุนไพรที่ให้กลิ่นสดชื่น เพื่อปลุกระบบย่อยของร่างกายว่าได้เริ่มวันใหม่แล้ว แต่อย่าเพิ่งกินอาหารเช้าเร็วเกินไปให้รอจนรู้สึกหิวเสียก่อน เพราะเติมอาหารเข้าไปเร็วเกินไปทั้งที่ร่างกายยังไม่ต้องการจะเป็นการทำให้ ร่างกายทำงานหนักกับการย่อยจนไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควร
สร้างนัดในเวลาเช้า ลองระลึกถึงเมื่อตอนเป็นเด็กคุณจะรีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอนทันทีที่ลืมตา เพราะคุณรู้สึกว่ามีเรื่องสนุกๆรอให้ทำอยู่มากมาย และนี่เองที่ช่วยให้คุณมีสิ่งที่จะแงะคุณออกจากเตียง ลองนัดเพื่อนที่รู้ใจรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน ดูวิดีโอเทปที่โปรดปรานในระหว่างอาหารเช้า หรือดูแลต้นไม้เสียหน่อยก่อนจะออกไปทำงาน

ที่มา วิชาการดอทคอม

อาหารผิวสวย



อาหารเพื่อผิวสวย เรามาดูกันซิว่า กินอะไรผิวสวย วันนี้มีข้อมูลมาบอกกัน..


อะโวคาโดสุก : เพื่อผิวสวยเรียบเนียน

เมื่อไหรก็ตาม ที่คุณมองหน้าตัวเองในกระจกแล้ว ต้องตกใจกับความทรุดโทรมละก็ เห็นทีจะต้องพึ่งอะโวคาโดแล้วหละ เพราะผลไม้ชนิดนี้ เป็นนักจับอนุมูลอิสระ มีทั้งวิตามินซี อีและเบต้าแคโรทีน ที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ เวลาจะนำมารับประทาน ก็ให้นำเนื้อสุก ๆ ของมัน มาผสมกับโยเกิร์ตธรรมชาติ ปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง หรือจะนำมาปั่นพร้อมดื่มก็ได้


ผลไม้ตระกูลส้ม : ช่วยให้แจ่มใสเบิกบาน

สภาพความเคร่งเครียด และความอ่อนล้า สามารถปลุกให้ฟื้นคืนสู่ความสดชื่นและกระปรี่กระเปร่าได้ ด้วยการรับประทานผลไม้อย่างส้ม ซึ่งมีวิตามินซี ที่มีส่วนเสริมสร้างการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ นอกจากนั้น เส้นใยขาว ๆ ของส้ม ยังมีสารฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยบำรุงเซลผิวให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอ



เต้าหู้ : เพื่อผิวพรรณ เส้นผม และระบบประสาท

เต้าหู้คือแหล่งโปรตีน ที่ปราศจากไขมัน และคอเลสเตอรอล เป็นอาหารที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรักษาทรวดทรง และเรือนร่าง และโปรตีนจากเต้าหู้ ยังมีคุณภาพดี ช่วยซ่อมแซมเซลล์ส่วนที่สึกหรอ ฟื้นฟูสภาพผิวพรรณ เส้นผม เล็บ กล้ามเนื้อ และระบบประสาทให้แข็งแรงขึ้นด้วย



ต้นยี่หร่า : ช่วยล้างสารพิษ

ต้นและใบยี่หร่านั้น มีวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยลดไขมันในเลือด พร้อมช่วยป้องกันการเกิดเซลลูไลต์ได้ นอกจากนั้น เส้นใยของมัน ยังช่วยเก็บกวาดของเสีย และช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี


มะกอก : ปกป้องผิวพรรณและดูแลหัวใจ
การรับประทานน้ำมันมะกอก ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เพราะนำมันมะกอก มีกรดไขมันอิ้มตัวที่มีชื่อว่า โอเมก้า 3 ช่วยสลายคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดส่วนเนื้อจากผลมะกอก มีวิตามินซี ช่วยให้เซลผิวยืดหยุ่นได้ดีขึ้น ทำให้ริ้วรอยเหี่ยวย่นมาเยือนช้าลงไป


ถั่ว : สวยอย่างชาญฉลาด

หากคุณรู้สึกเบื่อหน่ายไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร ให้ลองมาทานถั่วดู ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง ถั่วแระ ถั่วแดง หรือถ่วเขียว เพราะมันมีสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดไขมันอิ่มตัว วิตามิน และแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงผิว เส้นผม และเล็บ นอกจากนั้น ยังมีวิตามินอี สังกะสี และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองให้ดียิ่งขึ้น


ผักกาดหอม : บำรุงผิว

เป็นผักใบเขียว ที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนด์หลายชนิด อาทิ เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก และลูทีน เป็นตัสช่วยดักจับอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการบั่นทอนสุขภาพผิว


สตรอว์เบอร์รี่ : นักเผาผลาญไขมันอันดับหนึ่ง

แมงกานีส คือสารอาหารที่สำคัญ ที่ต่อมไทรอยด์ของเราจำเป็นต้องใช้ในการผลิตฮอร์โมน สำหรับการเผาผลาญไขมัน ใครอยากมีหุ่นผอมเพรียว ก็ควรหมั่นรับประทานผลไม้ชนิดนี้ค่ะ